เนื้อเรื่องย่อ

Absolutely Anything (2015) เมื่อมนุษย์เงินเดือนดวงตก ได้รับพลังเทพเสกได้ทุกสิ่งให้ฮาวายป่วง!

หากวันหนึ่งคุณได้รับพลังวิเศษที่สามารถ “เนรมิตอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา” คุณจะเลือกทำอะไร? “Absolutely Anything (2015)” คือภาพยนตร์แนว Sci-Fi Comedy ชั้นดีที่หยิบเอาสมมุติฐานนี้มาขยี้ได้อย่างเจ็บแซบและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันสไตล์อังกฤษ (British Humor) หนังชูโรงด้วยนักแสดงตลกแถวหน้าอย่าง ไซมอน เพ็กก์ (Simon Pegg) มารับบทชายดวงตกที่กลายมาเป็นผู้กุมชะตากรรมของโลกโดยไม่รู้ตัว นำเสนอผ่านความวายป่วงที่เริ่มจากการขอพรเล็กๆ สู่ความอลหม่านระดับล้างโลก

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในห้วงอวกาศอันไกลโพ้น เมื่อกลุ่มเอเลี่ยนผู้ทรงภูมิปัญญาขั้นสูงได้เดินทางมาพบโลกมนุษย์ และตามกฎของสภาจักรวาล พวกเขาต้องทำการทดสอบว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคุณธรรมและควรค่าแก่การดำรงอยู่ต่อไป หรือเป็นแค่สัจจะที่ต้องถูกทำลายทิ้ง กลุ่มเอเลี่ยนจึงเลือกมนุษย์สุ่มมาหนึ่งคนนั่นคือ นีล คลาร์ก (Neil Clarke) ครูสอนหนังสือในโรงเรียนมัธยมผู้ใช้ชีวิตไปวันๆ และเป็นคนดวงตกซ้ำซาก โดยมอบพลังวิเศษระดับพระเจ้าให้แก่เขา… “แค่เพียงสะบัดมือ นีลจะสามารถสั่งให้เกิดอะไรขึ้นก็ได้ในจักรวาลนี้”

นีลผู้ไม่รู้เรื่องบททดสอบระดับจักรวาล เริ่มต้นใช้พลังนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่สั่งให้ขี้หมาหายไป สั่งให้ตัวเองหุ่นดี ไปจนถึงสั่งให้ เดนนิส สุนัขคู่ใจสามารถพูดภาษาคนและคิดแบบมนุษย์ได้ ทว่าปัญหาคือ “คำสั่งของนีลมันซื่อตรงเกินไป” ทุกครั้งที่เขาเอ่ยปากขอพร มักจะเกิดผลลัพธ์ย้อนกลับที่ป่วนและตลกร้ายเสมอ แถมเขายังต้องพยายามใช้พลังนี้เพื่อเอาชนะใจ แคทเธอรีน (Catherine) สาวข้างห้องที่เขาแอบรัก โดยมีเวลาจำกัดก่อนที่สภาเอเลี่ยนจะประเมินผลและกดปุ่มระเบิดโลกทิ้งชั่วพริบตา!

มุมมองนักวิจารณ์: อารมณ์ขันตลกร้าย และแง่คิดคมๆ ใต้ความเบาสมอง

ในฐานะนักสร้างสรรค์เนื้อหาและนักวิจารณ์ภาพยนตร์ Absolutely Anything (2015) ทำหน้าที่เป็นภาพยนตร์บันเทิงสมองที่แฝงแง่คิดเกี่ยวกับกิเลสตัณหาของมนุษย์ได้อย่างลุ่มลึก

  • ความฮาสไตล์สุ่มสี่สุ่มห้า (Slapstick & Wit): เสน่ห์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของหนังคือ “การตีความพรวิเศษ” หนังไม่ได้ทำให้พระเอกกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่ทำให้เขาเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นอันตราย มุกตลกที่เกิดจากความไม่รอบคอบในการสั่งการ เช่น การสั่งให้คนตายฟื้นขึ้นมาจนกลายเป็นซอมบี้บุกเมือง ทำออกมาได้น่ารักปนตลกหน้าตาย ซึ่ง ไซมอน เพ็กก์ แบกรับบทนี้ไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าเอ็นดู
  • เดนนิส สุนัขพูดได้ผู้แย่งซีน: อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือตัวละครเจ้าสุนัขเดนนิส ที่ได้ โรบิน วิลเลียมส์ มาพากย์เสียงให้ด้วยพลังงานที่เต็มเปี่ยม บทสนทนาระหว่างนีลกับหมาของตัวเองสะท้อนความจริงใจ บ้าบอ และซึ้งกินใจอย่างไม่น่าเชื่อ แฟนคลับที่คิดถึงโรบินจะอิ่มเอมไปกับเสียงหัวเราะที่เขาทิ้งไว้ให้ในเรื่องนี้
  • ข้อคิดเรื่องความรับผิดชอบ: ภายใต้ฉากหน้าอันตลกขบขัน หนังสะท้อนภาพชัดเจนว่า มนุษย์เราบ่อยครั้งมักใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตนและความพึงพอใจระยะสั้น แต่เมื่อต้องเผชิญกับผลกระทบที่ตามมา เรากลับไม่มีความรับผิดชอบมากพอ เป็นการจิกกัดธรรมชาติของมนุษย์ได้อย่างเจ็บแสบตามสไตล์ทีมเขียนบทคุณภาพ

บทสรุปความคุ้มค่า: นี่คือภาพยนตร์คอมเมดี้ไซไฟที่ดูง่าย ย่อยง่าย และให้เสียงหัวเราะได้ตลอด 1 ชั่วโมงครึ่ง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเปิดดูคลายเครียดในวันหยุดยาวร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ได้ทั้งความสนุก แง่คิด และความบันเทิงแบบครบรสครับ!

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง

เลือกดูตามปีที่ฉาย