Tomb Raider (2018) เมื่อตำนานแรลลี่สาวกระโจนจากหน้าจอเกมสู่มหากาพย์การเอาชีวิตรอดสุดระทึก
หลังจากห่างหายจากจอเงินไปนานกว่าทศวรรษ “Tomb Raider (2018)” กลับมาผงาดอีกครั้งในฐานะภาพยนตร์แนว Action Adventure / Survival ที่สลัดภาพจำเดิมๆ ของเวอร์ชันเก่าทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง ภายใต้การกำกับของ โรอาร์ อูธ็อก (Roar Uthaug) และการสวมบทบาทอันทรงพลังของนักแสดงดีกรีรางวัลออสการ์ อลิเซีย วิกันเดอร์ (Alicia Vikander) นี่ไม่ใช่แค่หนังล่าสมบัติธรรมดา แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเด็กสาวธรรมดาที่ต้องฝ่าฝืนขีดจำกัดของตัวเองเพื่อก้าวสู่การเป็น “นักล่าสุสาน” ระดับตำนาน
ลาร่า ครอฟต์ (Lara Croft) ในวัย 21 ปี คือเด็กสาวผู้รักอิสระที่ใช้ชีวิตเป็นคนส่งเอกสารด้วยจักรยานในกรุงลอนดอน เธอปฏิเสธที่จะสานต่ออาณาจักรธุรกิจพันล้านของ ริชาร์ด ครอฟต์ พ่อของเธอที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อ 7 ปีก่อน เพราะลึกๆ แล้วเธอยังไม่ยอมรับว่าพ่อของเธอได้ตายจากไปแล้ว จนกระทั่งลาร่าได้ค้นพบ “ห้องลับ” ที่พ่อของเธอทิ้งไว้ ซึ่งเต็มไปด้วยบันทึกการวิจัยเกี่ยวกับ “ฮิมิโกะ” (Himiko) จักรพรรดินีแห่งความตายผู้มีพลังคำสาปที่ถูกฝังไว้บนเกาะ “ยามาไต” ที่ลึกลับและอันตรายใจกลางทะเลญี่ปุ่น
เพื่อตามหาความจริงและหยุดยั้งองค์กรลับระดับโลกนามว่า “ตรินิตี้” (Trinity) ที่ต้องการใช้พลังของฮิมิโกะในการครองโลก ลาร่าตัดสินใจเดินทางไปยังฮ่องกงเพื่อจ้าง ลู่เริน (Lu Ren) กัปตันเรือผู้อ่อนโลกให้พาลุยฝ่าพายุคลั่งมุ่งหน้าสู่เกาะมรณะ ทว่าเมื่อก้าวเหยียบเกาะ… สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่แค่ปริศนาพันปี แต่เป็นกองทัพทหารรับจ้างสุดโหด ลาร่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องงัดสัญชาตญาณดิบ ดัดแปลงคันธนูและขวานปีนเขา เพื่อเอาชีวิตรอดและกลายเป็น “Tomb Raider” อย่างเต็มตัว!
มุมมองนักวิจารณ์: ความสมจริงที่จับต้องได้ และเหลี่ยมมุมของ “มนุษย์” ที่จับใจ
ในฐานะนักวิจารณ์และคอเกมระดับเดนตาย Tomb Raider (2018) ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกภาพยนตร์และโลกเกมได้อย่างดีเยี่ยม
- ลาร่า ครอฟต์ ที่จับต้องได้ (A Grounded Heroine): สิ่งที่ต้องชื่นชมที่สุดคือการดีไซน์คาแรกเตอร์ของลาร่า ครอฟต์ ในเวอร์ชันนี้ เธอไม่ได้เก่งกาจมาตั้งแต่เริ่ม หนังแสดงให้เห็นรอยช้ำ หยาดเหงื่อ และความเจ็บปวดอย่างชัดเจน ทุกครั้งที่เธอโดนอัดหรือต้องกระโดดข้ามหน้าผา คนดูจะรู้สึกเสียวสันหลังไปพร้อมกับเธอ ขอบคุณการแสดงระดับทุ่มสุดตัวของ อลิเซีย วิกันเดอร์ ที่เข้าแคมป์ฟิตหุ่นจนลีนและแข็งแกร่งสมบทบาท
- ฉากแอ็กชันสไตล์ Survival ที่ถอดแบบมาจากเกม: สำหรับแฟนเกมฉบับปี 2013 จะต้องกรี๊ดกับฉากไอคอนิกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฉากหนีตายบนเครื่องบินเก่าที่พังครืนอยู่ริมน้ำตก หรือฉากถือขวานเจาะน้ำแข็งสู้ในป่า งานภาพและจังหวะการตัดต่อทำออกมาได้ระทึกขวัญและลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้
- การเล่าเรื่องที่กระชับและมีเหตุผล: หนังพยายามตีความปม “คำสาปวิทยาศาสตร์” มากกว่าไสยศาสตร์จ๋าๆ ซึ่งช่วยให้โครงเรื่องดูสมเหตุสมผลและเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมากขึ้น แต่อาจจะทำให้แฟนหนังสายแฟนตาซีดั้งเดิมรู้สึกว่าความขลังของสุสานดูลดลงไปบ้างเล็กน้อย
บทสรุปความคุ้มค่า: นี่คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกมที่ดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา มันดิบ มันส์ ระทึก และเปี่ยมด้วยหัวใจของการผจญภัย หากคุณชอบหนังแนวสืบหาความจริง เอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย และชื่นชอบตัวละครหญิงแกร่ง นี่คือหนังที่คุณไม่ควรข้ามเด็ดขาด!